ทำโพรไบโอติกอย่างง่าย ช่วยระบบย่อยอาหาร ( 5 คน )

          ปัจจุบัน หันไปทางไหนคนรักสุขภาพก็พูดถึง โพรไบโอติก หรือจุลินทรีย์ดี หรือแบคทีเรียดี หรือสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว ที่ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่คือ เปลี่ยนแปลงสุขภาพของเรา (ไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ)

          ตอนที่แล้ว เราเริ่มกล่าวถึงโพรไบโอติกในด้านของอาหารควรกิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบย่อย ตอนนี้เอื้อมพรจึงนำประเด็นมาบอกเล่าอีกครั้ง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกระจ่างชัดขึ้น

 

โพรไบโอติกหายไปไหน

          จำได้ไหม สมัยหนึ่ง (รวมทั้งสมัยนี้) เมื่อเป็นหวัด เจ็บคอ เราไปหาหมอ ๆ จะให้ยาชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า “ยาฆ่าเชื้อ” (ซึ่งที่จริงคือ ยาปฏิชีวนะหรือแอนตี้ไบโอติก) โดยหมอจะกำชับเป็นหมั่นเป็นเหมาะว่า กินยาตัวนี้ติดต่อกันหมดนะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนานถึง 7 วัน และเราก็มักกินไม่ครบหรือกินไม่หมด เนื่องจาก หลังจากที่เจอหน้าหมอ หวัดก็ตกใจ หายไปภายในเวลาสามวัน

          แล้วเกิดขึ้นอย่างนี้กี่ครั้ง ลองนับกันไหมคะ สำหรับเอื้อมพร สมัยยังเป็นเด็กและวัยรุ่นนั้น เกิดขึ้นบ่อยมาก และดูเหมือนว่า ยิ่งเป็นหวัดไปหาหมอ ได้ยาปฏิชีวนะมากิน ก็ยิ่งป่วยบ่อยขึ้น...สังเกตบ้างไหม

          วิทยาศาสตร์การแพทย์เพิ่งมาค้นพบ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่า ยาปฏิชีวนะที่หมอสั่งให้กินนั่นแหละคือ ตัวการสำคัญ ที่ทำให้เราป่วยบ่อย

          นั่นเป็นเพราะยาปฏิชีวนะ หรือที่เราเรียกกันติกปากว่า “ยาฆ่าเชื้อ” นั้น ไม่ได้ฆ่าแค่เชื้อโรคที่ทำให้เราป่วย แต่ฆ่าเชื้อเจ้าถิ่นตัวดีไปด้วย ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีใครรู้ว่า เชื้อเจ้าถิ่นตัวดีนี้สำคัญอย่างไร

          และเชื้อเจ้าถิ่นตัวดีนี้แหละคือ โพรไบโอติก

 

เชื้อเจ้าถิ่น เจ้าของร่างกาย เจ้าของสุขภาพ

          ตามธรรมชาติ ที่มีมานมนาน (แต่เราเพิ่งรู้ความจริงว่า) บนโลกของเราเต็มไปด้วยเชื้อเจ้าถิ่น ซึ่งล่องลอยอยู่ในอากาศ ไหลวนเวียนในน้ำ ฝังตัวเติบโตอยู่ในดิน มีหลากหลายสายพันธุ์ คุณหมอมาร์ติน เจ เบลสเซอร์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Missing Microbioms กล่าวว่า เชื้อเจ้าถิ่นเหล่านี้มีถึง 10,000 สายพันธุ์ด้วยกัน

          แต่ละสายพันธุ์ทำหน้าที่แตกต่างกัน มีลักษณะไม่เหมือนกัน โดนความร้อนได้ ทนความเย็นจัดได้ ช่วยจัดการให้สิ่งแวดล้อมเกิดความสมดุล

          และเมื่อพวกมันเข้ามาเติบโตอยู่ในร่างกายของมนุษย์ เชื้อเจ้าถิ่น หรือแบคทีเรียตัวดี หรือจุลินทรีย์ดีหรือโพรไบโอติกเหล่านี้ก็ช่วยรักษาสุขภาพ สร้างสมดุลปริมาณตัวดีและตัวร้ายในร่างกายเรา ทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย

          จากหนังสือ Digestive Wellness: Strengthen the Immune System and Prevent Disease Through Healthy Digestion เขียนโดยอลิซาเบธ ลิปสกี้ กล่าวถึงประโยชน์ของเชื้อเจ้าถิ่นไว้ว่า

 

- ช่วยย่อยอาหาร

- ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

- ช่วยลดไขมันในเลือด

- ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

- ช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง

- ช่วยลดความดันโลหิตสูง

- ช่วยย่อยสลายยาเคมี

- ช่วยสร้างตัวยารักษาโรคให้ร่างกาย

- ช่วยสร้างวิตามินเค

- ช่วยสร้างวิตามินบี 12

 

          ตรงกันข้าม หากเราเป็นผู้ที่เคยมีประสบการณ์กินยาปฏิชีวนะ แม้แต่แค่ครั้งเดียว ก็สามารถทำลายเชื้อเจ้าถิ่น หรือแบคทีเรียตัวดี หรือจุลินทรีย์ตัวดี หรือโพรไบโอติกให้สิ้นซากไปได้นานถึง 2 ปี

          นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า เมื่อเราป่วยครั้งหนึ่ง ได้รับยาปฏิชีวนะแล้ว ทำไมเราจึงอ่อนแอลง และป่วยบ่อยขึ้น

          แล้วจะแก้ไขอย่างไรหากขณะอ่านบทความนี้ กำลังป่วย น้ำมูกไหล เพิ่งไปหาหมอ และได้ยาปฏิชีวนะมากิน

          ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดแนะนำว่า หากกำลังกินยาปฏิชีวนะอยู่ ให้กินโพรไบโอติกชนิดเม็ด (ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนซื้อมากินเอง) หลังการกินยาปฏิชีวนะ 2 ชั่วโมง กล่าวคือ หากกินยาปฏิชีวนะหลังอาหาร เวลาประมาณ 8 โมงเช้า ให้กินโพรไบโอติกตอน 10 โมงเช้า หากกินยาปฏิชีวนะหลังอาหาร เวลาบ่ายโมงตรง ให้กินโพรไบโอติกตอนบ่ายสามโมง เป็นต้น

 

ฟื้นฟูโพรไบโอติกในร่างกายกันเถอะ

          เมื่อโพรไบโอติกมีความสำคัญต่อสุขภาพมากมายขนาดนี้ เราจะทำอย่างไร เพื่อให้เจ้าตัวเล็กจิ๋วเหล่านี้ยังทำหน้าที่ดูแลสุขภาพ คำตอบนั้นไม่ยากเลยค่ะ

          ...กินผักดองค่ะ

          ผักดองนั้นจะต้องเป็นผักดอง ที่ดองเองอย่างถูกสุขอนามัย เพราะปกติเมื่อนำผักมาแช่น้ำนำเกลือ จะเกิดกรดแล็คติก ซึ่งจะกลายเป็นจุลินทรีย์แล็คโตบาซิลลัส ช่วยสร้างเสริมระบบย่อย เมื่อดองครั้งหนึ่ง สามารถเก็บได้นาน 2 เดือนเท่านั้น

          วิธีกินผักดอง ก็ควรกินกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และควรกินครั้งละไม่มาก เหมือนในวัฒนธรรมญี่ปุ่นหรือเกาหลี ที่มีการกินกิมจิถ้วยเล็ก ๆ ร่วมกับอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์

          ทั้งนี้การกินผักดองเปล่า ๆ อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

          สุดท้าย เอื้อมพรนำสูตรขิงดองและแตงดอง ที่เคยเผยแพร่ในเพจ Sukina เพื่อสุขภาพ มาแนะนำ เพื่อให้ได้ลองทำกินกันดูค่ะ เป็นสูตรง่าย ๆ ใครก็ทำได้

 

สูตรขิงดอง เสริมโพรไบโอติก

ส่วนผสม

- ขิงออร์แกนิกอ่อน 800 กรัม

- แอปเปิ้ลไซเดอร์ 500 มิลลิลิตร

- มะนาว 3 ลูก

- น้ำตาลทรายไม่ฟอกขาว 200 กรัม

- ดอกเกลือ ½ ช้อนโต๊ะ

- เกลือแช่ขิง 2 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกขิง ล้างน้ำสะอาด

2. ซอยขิงฝานบางๆ แช่ในน้ำผสมเกลือ 10 นาที

3. ตั้งไฟเคี่ยวน้ำตาล น้ำแอ๊ปเปิ้ลวินีก้า และดอกเกลือ จนน้ำตาลละลายแล้วปิดไฟวางทิ้งไว้ จนเย็น

4. นำขิงขึ้นมาจากน้ำเกลือและบีบมะนาว แล้วนำขิงใส่ในขวด

5. เทส่วนผสมลงไปในขวดแก้วปิดฝา

6. ดองในอุณหภูมิห้อง 3-5 วัน หลังจากนั้นแช่เย็น

 

 

อ้างอิง

  • Lipski, Elizabeth. Digestive Wellness: Strengthen the Immune System and Prevent Disease Through Healthy Digestion, Fourth Edition. McGraw-Hill Education. Kindle Edition.
  • Martin J. Blaser, MD. Missing Microbioms. Henry Holt and Company, LLC. New York.