ความผิดปกติในกระเพาะอาหาร VS จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ( 3 คน )

          เมื่ออายุมากขึ้น กินอาหารอะไรเข้าไปนิดหน่อย ท้องก็อืด มีลมตีขึ้น ต้องเรอบ่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังอาหาร หากไม่เรอก็ไม่สบายท้อง

          และถ้าทำกริยาเรอเอิ้ก ๆ น่าเกลียดแบบนั้นในบ้าน คงไม่เป็นไร แต่ถ้าอยู่นอกบ้าน โดยเฉพาะกับลูกกับหลาน การเรอในที่สาธารณะแบบนั้น ก็เป็นการเสียมารยาท และทำให้คนที่ไปด้วยอับอาย (ช่วงบั้นปลายของชีวิตแบบนี้ น่าจะต้องห่วงหน้าห่วงตาลูกหลานให้เยอะหน่อย เดี๋ยวเขาจะระอา ไม่พาไปไหนต่อไหน แล้วชีวิตจะขาดความบันเทิงไป)

          อาการเรอแบบนี้ มาจากแก๊สในระบบทางเดินอาหาร ต้นเหตุของปัญหาสามารถมาจากปัญหาง่าย ๆ เช่น กินอาหารไม่ตรงเวลา เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ร่างกายไม่เป็นมิตรกับอาหารบางอย่างที่เพิ่งกินเข้าไป จนถึงปัญหายาก ๆ ซับซ้อน ๆ เช่น แบคทีเรียตัวร้ายเติบโตในระบบทางเดินอาหารเกินไป ทั้งในลำไส้ และกระเพาะอาหาร

          และเมื่อเกิดขึ้นในกระเพาะอาหาร หากมาพร้อมอาหารปวดท้อง กรดไหลย้อนบ้างบางครั้ง นานวันเข้า หากไปพบแพทย์ ๆ ก็อาจวินิจฉัยได้ว่า เป็นโรคกระเพาะอาหาร

 

ความเข้าใจใหม่เรื่องโรคกระเพาะอาหาร

          โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือเรามักเรียกสั้น ๆ ว่า โรคกระเพาะ หรือโรคกระเพาะอาหาร นั้น ในทางการแพทย์ยุคใหม่เริ่มเห็นตรงกันแล้วว่า ไม่ได้เกิดจากการกินอาหารไม่ตรงเวลา แล้วกรดในกระเพาะอาหารก็หลั่งออกมารออาหาร ทำให้เกิดอาการปวดท้อง มีกรด แก๊ส เรอเหม็นเปรี้ยว จุดเสียดแน่น

เชื้อ H.pilori ต้นเหตุโรคกระเพาะอาหาร

          จากหนังสือ Digestive Wellness ของดร. อลิซาเบธ ลิปสกี้ยืนยันว่า โรคกระเพาะอาหารอักเสบนั้น มีสาเหตุที่แท้จริง เป็นการติดเชื้อ H. pilori ในระบบย่อยส่วนบน โดยการติดเชื้อนี้ เริ่มจากการที่กรดในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดไม่พอ หรือมีปริมาณน้อยเกินไป เมื่อกินอาหารที่มีเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น ซัลโมเนลล่า (ที่ทำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ) บิด อหิวาต์ รวมทั้ง H. pilori

          pilori เป็นแบคทีเรียตัวร้าย ที่ทำลายผนังกระเพาะอาหาร และสามารถสร้างสภาวะที่เป็นกรดขึ้นมาแวดล้อมตัวเอง จึงทำให้เรารู้สึกมีกรด แก๊ส เรอ (เหม็นเปรี้ยว) และอาจมีอาการกรดไหลย้อน ซึ่งเมื่อรักษาด้วยการกินยาลดกรด จึงได้แค่เป็นการลดอาการของโรคกระเพาะอาหารชั่วคราว แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่สาเหตุ

 

คุณสมบัติ (ร้าย) ของเชื้อ H.pilori
  1. สร้างกรดเพิ่มขึ้น
  2. ทำลายมูกในกระเพาะอาหาร
  3. ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
  4. อาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีความเครียด หรือกระเพาะอาหารว่าง

 

วิธีแก้โรคกระเพาะอาหารด้วยตนเอง

          เมื่อสาเหตุมาจากเชื้อตัวร้าย การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและถูกต้อง จึงต้องสร้างความสมดุลของสิ่งแวดล้อมในระบบทางเดินอาหาร กล่าวคือ การเติมเชื้อตัวดีหรือโพรไบโอติกเข้าไป เพื่อให้เติบโต และมีมากเพียงพอที่จะควบคุมการออกฤทธิ์ของเชื้อโรค H. pilori พร้อมทั้งกินอาหารที่เป็นอาหารของเชื้อตัวดีดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า พรีไบโอติก เข้าไปด้วย เพื่อให้จุลินทรีย์ตัวดีเติบโตได้ต่อเนื่อง เช่น พืชผักที่มีไฟเบอร์ทั้งหลาย และอาหารที่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อเชื้อโรคเข้าไปด้วย เช่น กระเทียม

          พร้อมทั้งไม่เติมอาหารให้กับพวกเชื้อตัวร้าย เช่น แป้งขาว ของหวาน

          นอกจากนี้ก็ไม่ควรทำให้ระบบทางเดินอาหารเครียด ด้วยการกินอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น คาเฟอีน โซดา

 

โดยสรุปเป็นข้อ ๆ ได้แบบนี้

1. กินอาหารที่มีพรีไบโอติก และโพรไบโอติก

2. กินอาหารที่มีไฟเบอร์

3. กินอาหารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

4. งดแป้งขาว ของหวาน

5. งดโซดา

6. งดคาเฟอีน

ยิ่งไปกว่านั้น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และยาแก้ปวด ก็จะทำให้อาการของโรคกระเพาะอาหารแย่ลง

สุดท้าย ควรเคี้ยวอาหารช้า ๆ นั่งทาน และผ่อนคลาย ขณะกินอาหาร พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงความเครียด