เช็คด่วน!! คุณหรือเปล่า เสี่ยงสมองเสื่อม ( 6 คน )

          เรื่องสมอง หากเกินความผิดปกติ เช่น ความจำเริ่มเลอะเลือน การประมวลความคิดและสรุปมาเป็นข้อมูลประกอบการทำงานเริ่มช้าลง มีอาการสมองเบลอ คิดอะไรไม่ออก บอกอะไรไม่ถูก อาหารเหล่านี้มักทำให้เราหงุดหงิดตัวเอง และถ้าเป็นบ่อย ๆ เราจะเริ่มสูญเสียความมั่นใจ จากที่เคยคิดว่า “แน่” ก็เริ่ม “ไม่แน่”

           

          หากหนักกว่านั้น ปัญหาสมองทวีความรุนแรง จนกลายเป็นภาวะคนอื่นรอบตัว เช่น จำทางกลับบ้านไม่ได้ จำวิธีการกินและขับถ่ายไม่ได้ ซึ่งอาการที่ว่านี้มักมาด้วย อาการทางอารมณ์ ได้แก่ หงุดหงิด เกรี้ยวกราด ขาดเหตุผล ซึมเศร้า อาการแบบนี้อาจไม่ทำให้เจ้าตัวเดือนร้อน (เนื่องจากเลยขีดขั้นของความผิดชอบชั่วดีไปแล้ว) แต่คนรอบตัว โดยเฉพาะญาติและคนรักจะเดือดร้อนเป็นที่สุด

          

          นายแพทย์ เดเนียล จี.เอเมน จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา บอกว่า ก่อนเราจะรู้ว่า คน ๆ นี้มีอาการสมองเสื่อมนั้น ความเสื่อมในสมองเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้นถึง 10 ปีทีเดียว เท่ากับว่า ก่อนสมองเสื่อม เราสามารถเช็คสัญญาณ หรือความเสี่ยงของความเสื่อมดังกล่าวได้

 

          นายแพทย์เดวิด เพิร์ลมัตเตอร์ และนายแพทย์ออสติน เพิร์ลมัตเตอร์ สองพ่อลูก ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ร่วมกันเขียนหนังสือเล่มใหม่ชื่อ Brain Wash ซึ่งสะท้อนชีวิตคนยุคใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีความชำนาญด้านการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเครียดเรื้อรัง และโรคซึมเศร้า ที่ปัจจุบันมีมากถึง 17.3 ล้านคน (จากรายงานวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2019)

 

          คุณหมอสองพ่อลูกยืนยันว่า โลกยุคดิจิทัลของคนยุคใหม่นั้นทำให้สมองส่วนคอร์เท็ค (cortex) และอะมิกดาลา (amygdala) ไม่สื่อสารกัน โดยสมองส่วนคอร์เท็คนั้นเป็นส่วนที่ควบคุมต่อมต่าง ๆ เช่น ไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ต่อมที่ทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนเพศ ส่วนอะมิกดาลานั้นคือ สมองส่วนที่ควบคุมการทำงานและการแสดงออกของอารมณ์และความรู้สึก

 

          และภาวะดังกล่าว ถือเป็นภาวะผิดปกติของสมองอย่างหนึ่ง เรียกว่า ภาวะที่สมองถูกโลกดิจิทัลล้าง (Brain Wash)

 

          ทั้งนี้ เราสามารถเช็คพฤติกรรมของตนเองว่า แต่ละวันทำแบบนี้ (ตามลิสต์ข้างล่าง) ไหม ถ้าทำอยู่ ควรจะลดความถี่ลง และควรไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ที่ต้องสื่อสารกับคนอื่นให้มากขึ้น เช่น ออกกำลังกายกับกลุ่มเพื่อน กินข้าวกับเพื่อน เล่นเกมกับหลาน ๆ

 

เช็คพฤติกรรมเสี่ยง สมองถูกล้าง จากชีวิตโลกดิจิทัล

- ลืมตา ตื่นนอน มาเช็ค social media ก่อนอย่างอื่น

- กินอาหารเช้าเป็นซีเรียลผสมนมหรือโยเกิร์ตเย็น ๆ หรือไม่ก็ขนมปังปิ้ง ข้าวเหนียวหมูปิ้ง เป็นอาหารเช้า

- ไม่ทักทายคนในบ้าน หรือไม่ก็ไม่มีใครในบ้านให้ทัก

- ขับรถไปทำงาน ตามเส้นทางเดิม ๆ

- จิตใจว้าวุ่น ลุกลี้ลุกลน

- ทำให้ต้องเช็คอีเมล ดูไลน์ ดูเฟสบุ๊ค เช็คอินสตาแกรม ตอนรถติดไฟแดง

- เมื่อถึงที่ทำงาน ก็รู้สึกว่ายากที่จะโฟกัสกับงานใดงานหนึ่ง ในจำนวนงาน (ที่คิดเอาเองว่า) มากมาย

- ถึงมื้อกลางวัน ก็สั่งอาหารมากินที่โต๊ะทำงาน

- สื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า เพื่อน และครอบครัว ผ่านอีเมล หรือไลน์

- หลังเลิกงานก็ขับรถกลับบ้าน อาจมีไปเดินช็อปปิ้งบ้างบางวัน

- กินอาหารปรุงสำเร็จ ที่ซื้อมาอุ่นในไมโครเวฟ

 

           ทีนี้ ผู้อ่านของออมสินซีเนียร์ อาจจะเถียงว่า “เปล่านะ ไม่ได้โดดเดี่ยวขนาดนั้น เพราะไม่ได้เก่งการใช้เทคโนโลยีขนาดนั้น” แล้วจะเสี่ยง Brain Wash ได้อย่างไร “พฤติกรรมแบบนั้นน่ะ มันหลานและเหลนของฉันชัด ๆ”

 

          เอื้อมพรก็เลยยกลิสต์พฤติกรรมเสี่ยง “ทำตัวแบบนี้ สมองป่วยเร็ววัน” จากหนังสือเล่มก่อนหน้านี้ของสองพ่อลูกตระกูลเพิร์ลมัตเตอร์ชื่อ Grain Brain มาฝากสมาชิกซีเนียร์ของเรา

 

เช็คพฤติกรรม เสี่ยงปัญหาสมองและความจำ
(ทำตัวแบบนี้ สมองป่วยเร็ววัน)

1. กินขนมปังบ่อย ๆ

2. ดื่มน้ำผลไม้ทุกวัน

3. กินผลไม้มากกว่าวันละ 1 เสิร์ฟ

4. กินอาหารผสมน้ำตาล ทั้งน้ำตาลทรายขาว และทรายแดง

5. มีอาการเหนื่อยหอบบ่อย ๆ

6. ระดับคอเลสเตอรอลต่ำ (ต่ำกว่า 150)

7. เป็นโรคเบาหวาน หรือน้ำตาลในเลือดสูง

8. น้ำหนักเกินมาตรฐาน

9. กินอาหารแต่ละมื้อ เน้นกลุ่มแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง พิซซ่า

10. ไม่ค่อยออกกำลังกาย

11. ประวัติครอบครัว มีผู้มีปัญหาสมอง

12. ไม่ตากแดด ไม่กินวิตามินดีเสริม

13. กินอาหารไขมันต่ำ

14. กินยา statin ลดคอเลสเตอรอลอยู่

15. เลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอล

16. ดื่มโซดา หรือ/และเครื่องดื่มที่ผสมโซดา

17. ดื่มเบียร์

18. กินซีเรียล

 

คำตอบควรเป็นศูนย์ “ 0 ” นะคะ

หากมีพฤติกรรมข้อหนึ่งข้อใดใน 18 ข้อนี้ ก็เสี่ยงแล้วค่ะ

 

          และถ้ามีพฤติกรรม “ทำตัวแบบนี้ สมองป่วยเร็ววัน” ถึง 10 ข้อ หมายความว่า มีปัญหาสมองและความจำแล้ว สะสมมาพักหนึ่งแล้ว และกำลังจะออกอาการเร็ว ๆ นี้

 

          หรือกำลังจะมีปัญหาสมองและความจำในเวลาอันใกล้ หากไม่เลิก

 

          ว่าแต่จะเลิกอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องคอเลสเตอรอล และยาลดคอเลสเตอรอล (statin) ซึ่งคุณหมอสั่งให้ทาน และย้ำว่าคอเลสเตอรอลนั้นอันตราย อาจก่อให้เกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดสมองแตก/ ตับ/ ตัน...

 

          นั่นเป็นข้อมูลเก่าโบราณ ซึ่งซีเนียร์รุ่นใหม่ควรเข้าใจให้ถูกต้อง ซึ่งบทความตอนหน้า เอื้อมพรจะนำมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดค่ะ ช่วยซีเนียร์รุ่นใหม่เข้าใจวิทยาศาสตร์ด้านอาหารยุคใหม่

 

อ้างอิง

https://www.nimh.nih.gov/health/statistics/major-depression.shtml

หนังสือ Brain Wash และหนังสือ Grain Brain เขียนโดยนายแพทย์เดวิด เพิร์ลมัตเตอร์ และนายแพทย์ออสติน เพิร์ลมัตเตอร์