อย่าชะล่าใจ อาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ ควรรักษา ( 1 คน )

ช่วงเวลาชีวิต 1 ใน 3 ของแต่ละวันนั้นหมดไปกับเรื่องของการนอน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “การนอน” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากร่างกายนอนหลับไม่เต็มอิ่ม จะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เช่น ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ความจำเสื่อม คิดอะไรไม่ค่อยออก และประสิทธิภาพในการร่วมกิจกรรมต่างๆ ระหว่างวันลดลง หากนอนไม่หลับสะสมเป็นเวลาหลายเดือนขึ้นไป จะส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน เป็นต้น

 

 

ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มักพบกับอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากระบบการทำงานของร่างกายที่เสื่อมลง ระดับฮอร์โมนลดลง รวมทั้งมีโรคประจำตัวที่รบกวนการนอนหลับ จนทำให้เกิดอาการวิตกกังวลหรือตื่นตระหนก เพราะคิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ส่งผลให้การนอนไม่หลับทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นการรับประทานยาหรืออาหารเสริมบางชนิด โดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์ในระบบประสาทส่วนกลาง หรือสมอง เช่น ยานอนหลับ ยารักษาอาการสั่น อาจนำพาโรคร้ายมาสู่ผู้สูงอายุได้

 

การป้องกันอาการนอนไม่หลับ และการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น

1. สิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนควรจัดให้มีความมืด และเงียบพอสมควร ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป ใช้ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่มที่มีสีไม่ฉูดฉาด เพื่อช่วยให้นอนหลับสบาย

2. พยายามให้ผู้สูงอายุนอนสถานที่เดิมทุกวัน เพื่อให้เกิดความเคยชิน และควรเข้านอนให้เป็นเวลา

3. ไม่ควรให้เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำมากเกินไป ซึ่งเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเวลา 3 – 4 ทุ่ม

4. พยายามให้ดื่มน้ำในช่วงเช้า และกลางวันเยอะๆ และลดการดื่มน้ำหลังอาหารเย็น เพื่อลดการปัสสาวะในเวลากลางคืน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังจากเวลาบ่าย 2 โมง ขึ้นไป

5. พยายามหลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน ควรพาทำกิจกรรมเบาๆ หรือชวนออกกำลังกายให้มากขึ้น

6. หากจำเป็นต้องใช้ยานอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

 

 

Credit

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/

https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details/

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/january-2015/health-problems-of-the-older-person