เว็บไซต์ของเราจะจัดเก็บคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น คุณสามารถเลือกที่จะยินยอมหรือไม่ยินยอมคุกกี้ของเราได้ ในกรณีที่ท่านไม่ทำการเลือกจะถือว่าท่านไม่ยินยอมการจัดเก็บคุกกี้ คลิกข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้ทาง นโยบายคุกกี้ และ หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

7 สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับวัยเก๋า ( 3 คน )

วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่ 2)

 

 

วัดเล่งเน่งยี่ 2 เป็นวัดชื่อเสียงด้านการทำบุญแก้ชง ทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน ภายในวัดสะอาดสะอ้าน มีการจัดการพื้นที่เป็นสัดเป็นส่วน ตัววัดมีบันไดหลายขั้น และมีบริเวณกว้างขวาง นอกจากจะเป็นที่ยอดนิยมในการมาแก้ชงปีต่างๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้วัดนี้เป็นศูนย์รวมของการทำกิจกรรมทำบุญของครอบครัวก็คือ ภายในวัด มีลิฟต์สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือคนชราที่นั่งรถเข็น ซึ่งช่วยให้การเดินชมวัดไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป

 

สำหรับการเดินทางมายัง วัดเล่งเน่ยยี่ ๒ อยู่ อ.บางบัวทอง ก็มาง่าย ขับรถมาตามถนนรัตนธิเบศร์ ถึงแยกบางพลู แยกเดียวกับที่ไปวัดสวนแก้ว แต่แยกคนละทาง ให้เลี้ยวเข้า อ.บางบัวทอง มีป้ายขนาดใหญ่ บอกทางรับรองไม่หลง วัดใหญ่โต สวยงาม

 

สวนผักโอกะจู๋ (กรุงเทพ & เชียงใหม่)

 

แค่ชื่อก็กินขาดแล้ว โดยชื่อร้านสุดเก๋ไก๋ได้มาจากเจ้าของร้านที่ชื่อ อู๋ กับโจ้ ผันคำซะ ก็เป็นโอ้กะจู๋ ซึ่งสำหรับใครที่เคยไปประเทศเชียงใหม่ เอ้ย จังหวัดเชียงใหม่ น่าจะไม่พลาดร้านอาหารสุขภาพร้านนี้ ที่ตั้งอยู่ถนน รอบเมืองเชียงใหม่ ตำบล หนองจ๊อม อำเภอ สันทราย โดยทางร้านอาหารโอ้กะจู๋ เป็นบ้านทรงไทยยกสูง 2 ชั้น มีทั้งห้องแอร์และแอร์ธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย แนะนำช่วงหน้าหนาวนี่อากาศดีสุดๆ จุดเด่นคือเมนูของร้านที่มีผักสดๆ เด็ดจากสวนจากไร่ข้างๆ ร้าน มีเสิร์ฟอยู่ในอาหารเกือบทุกจานของร้าน โดยเป็นผัก organic ดีต่อสุขภาพ ควบคู่กับอาหารหลากหลายแนว ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น อาหารไทย หรือแม้แต่ของหวานก็เด็ดดวง เรียกได้ว่า เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี

 

สาขาที่ 1 ของร้านอาหารนี้อยู่ที่สันทราย ให้ขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางแม่โจ้ พอถึงแยกหนองจ๊อม ก็ให้เลี้ยวขวาไปทางดอยสะเก็ดประมาณ 1 ก.ม. ก็จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือ จะเห็นเครื่องบินเจ็ทอยู่ จอดรถเสร็จเดินเข้าไปในร้าน ก่อนเข้าร้านจะมีรูปปั้นของผู้ก่อตั้งทั้งสามคน (โจ้ อู๋ ต้อง ) ยืนต้อนรับอยู่หน้ารถบัสที่ดัดแปลงภายในเป็นร้านอาหารกันเลยจ้า

 

สาขา2 ที่โครงการนิ่มซิตี้ ตรงข้ามกับโรบินสันแอร์พอร์ต(สนามบิน)

 

สาขา3 ที่สยามซอย1 ตรงข้ามศูนย์หนังสือจุฬา สำหรับชาวกรุงเทพทุกท่าน

 

Yunomori onsen & spa (กรุงเทพฯ)

 

ใครว่าการแช่น้ำพุร้อนต้องไปถึงญี่ปุ่น ตอนนี้เค้ายกน้ำพุร้อนมาให้แช่กันได้ใจกลางกรุงละจ้า ซึ่งมีความเชื่อว่าเมื่อได้ลงไปแช่แล้วจะทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวจะหายไปโดยฉับพลัน เป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง ด้วยความร้อนของน้ำแร่จะช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามร่างกายได้ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย มีทั้งโซนพื้นที่ที่แยกชายหญิง และส่วนที่ทำกิจกรรมรวมด้วยกันได้ เหมาะสำหรับคู่รัก เพื่อน หรือครอบครัวที่มีสมาชิกต่างวัย เป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนสุดสัปดาห์เป็นที่สุด
โดยออนเซ็นที่ว่านี่อยู่ไม่ไกลจากเส้นรถไฟฟ้า ทำให้เดินทางสะดวกเดินทางต่อจาก MRT สถานีศูนย์สิริกิติ์ หรือจะเข้าซอยมาจาก BTS พร้อมพงษ์ก็ได้

 

พระราชวังบางปะอิน (อยุธยา)

 

 

คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักพระราชวังบางปะอินสถานที่เที่ยวยอดนิยมที่ถ้าใครไปเที่ยวอยุธยาต้องเคยแวะที่นี่แน่นอน ด้วยประวัติศาสตร์ที่ลากยาวตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงปัจจุบัน เรื่องราวต่างๆ ที่ถูกร้อยเรียงออกมาเป็นวรรณกรรมอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบของแต่ละพระที่นั่ง มีทั้งแบบไทย จีน ฝรั่งผสมกันอยู่ในพระตำหนักต่างๆ ภายใน ทำให้พระราชวังบางปะอินเป็นสถานที่ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่รู้จักเบื่อ ทั้งยังเป็นที่ที่ชาวต่างชาติ รวมถึงคนไทยหลายต่อหลายคนกลับมาเที่ยวซ้ำ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งเครื่องปรับอากาศภายในตำหนัก รถกอล์ฟที่สามารถขับชมวิวทิวทัศน์ได้โดยรอบ และมีอาณาบริเวณกว้างขวาง เหมาะกับการใช้เวลากับครอบครัวอย่างยิ่ง

 

โดยการเดินทางไปพระราชวังบางปะอินนั้นก็ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพ และเส้นทางสะดวก มีที่จอดรถใกล้ๆ หรือจะเดินทางด้วยรถประจำทาง หรือจะนั่งรถไฟสัมผัสบรรยากาศข้างทางก่อนมาเมืองกรุงเก่าก็ยังได้

 

สวนลุมพินี (กรุงเทพฯ)

 

 

สวนสาธารณะกลางใจเมือง ที่บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจจากงานและเมืองหลวงที่วุ่นวาย แนะนำให้ไปตอนเช้าๆ อากาศกำลังเย็นสบาย มีกิจกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัยเช่นเดียวกัน จะเลือกปิกนิก ถีบเรือเป็ด ปั่นจักรยาน นั่งคุยสังสรรกับแก๊งน้ำชา หรือจะออกกำลังหายแบบเบาๆ ด้วยการรำไทเก๊ก กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตก็จะดีต่อสุขภาพไม่น้อย

 

โดยเดินทางสะดวกสบายด้วย MRT ลงสถานีลุมพินี หรือจะเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็มีที่จอดฟรีตลอดทั้งวัน

 

วังน้ำเขียว (นครราชสีมา)

 

 

พื้นที่ที่มีโอโซนอันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 7 ของโลก น่าจะเป็นที่ๆ ดีต่อระบบหายใจและการฟื้นฟูสุขภาพทางร่างกายที่ดี นอกจากอากาศจะดีแล้ว ที่วังน้ำเขียวยังมีสวนผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งสวนสตรอเบอร์รี่ สวนองุ่น หรือแม้แต่สวนเมล่อน ให้เข้าชมและสามารถเด็ดกินกันสดๆ ได้เลย อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์จากผลไม้เหล่านั้นจำหน่าย ให้ได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับไปอีกด้วย เหมาะกับเป้นสถานที่พักผ่อนของครอบครัว

 

โดยวังน้ำเขียวสามารถเดินทางจากกรุงเทพใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ ก็สามารถสัมผัสถึงโอโซนอันหน้าแน่นกันได้แล้ว

 

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 (กาญจนบุรี)

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวใหม่แกะกล่อง ที่จะทำให้ทุกคนได้ย้อนยุคไปสัมผัสกับบ้านเมืองในสมัย ร.ศ.124 หรือราวๆ รัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ภายหลังที่พระงค์ได้ทำการเลิกทาส และยกระดับประเทศไทยให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทำให้เรารู้สึกเหมือนนั่งไทม์แมชีนไปเยี่ยมชมบ้านเมืองของเราได้ทุกซอกทุกมุม มีทั้งรถ 3 ล้อที่ยังใช้คนลาก ตลาดน้ำ เรือนแพลอยน้ำ หอชมเมือง บ้านเรือนไทย ร้านกาแฟตงฮู ชุดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแบบไทยเดิม อาหารที่เสิร์ฟแบบเป็นสำรับรวมถึงเงินตราที่ใช้ภายในเมืองจะเป็นเงินแบบเก่า ให้บรรยากาศที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อนอย่างแน่นอน เหมาะกับการพาผู้ใหญ่ที่ยังหลงเหลือความทรงจำในยุคนั้นหรือใกล้เคียงยุคนั้นกลับไปสัมผัสบรรยากาศที่คุ้นเคย และคนรุ่นใหม่ ให้ศึกษาขนมธรรมเนียมวัฒนธรรม และความเป็นอารยะของประเทศของเราในสมัยนั้นได้อย่างใกล้ชิด

 

การเดินทางนั้นก็ง่ายแสนง่าย เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ตรงทางเข้าประสาทเมืองสิงห์ ติดกับปั๊มบางจาก ต.สิงห์
อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 32 กม.

 

 

ที่มา : https://healthathome.in.th/blog/ที่เที่ยว-ผู้สูงอายุ/